Skip links

วิธีคิดโอที 1.5x / 2x / 3x ฉบับสมบูรณ์ + Calculator ฟรี

วิธีคิดโอทีฉบับสมบูรณ์

วิธีคิดโอทีตามกฎหมายไทยใช้ 3 อัตราหลัก: OT 1.5 เท่าของค่าจ้างต่อชั่วโมงสำหรับการทำงานล่วงเวลาในวันทำงานปกติ, OT 2 เท่าสำหรับวันหยุดประจำสัปดาห์ในเวลาทำงานปกติ, และ OT 3 เท่าสำหรับการทำงานล่วงเวลาในวันหยุดประจำสัปดาห์หรือวันหยุดตามประเพณี ค่าจ้างต่อชั่วโมงคำนวณจากเงินเดือนเดือนหารด้วย 30 วันแล้วหารด้วย 8 ชั่วโมง

คุณ HR เคยเจอเหตุการณ์ที่พนักงานเดินมาทักหลังรับเงินเดือนว่า “ค่า OT เดือนนี้น้อยกว่าที่ควรจะได้” ไหม? หรือบางครั้งทีมบัญชีตรวจสอบย้อนหลังแล้วพบว่าจ่าย OT เกินไปร่วมหมื่นบาท สถานการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยกว่าที่คิด โดยเฉพาะในองค์กรที่ยังคิด OT ด้วยมือผ่าน Excel หรือเครื่องคิดเลข บทความนี้จะพาคุณเข้าใจสูตรการคำนวณ OT ตามกฎหมายไทยอย่างละเอียด พร้อมตัวอย่างจริงและเครื่องมือที่ช่วยลดความผิดพลาดให้เหลือศูนย์

💡 OT คืออะไร?
OT หรือ Overtime คือค่าจ้างที่นายจ้างต้องจ่ายเพิ่มเติมจากค่าจ้างปกติ เมื่อพนักงานทำงานเกินเวลาทำงานปกติ (ไม่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน) หรือทำงานในวันหยุด ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ทำความเข้าใจ OT กับกฎหมายไทยก่อนเริ่มคำนวณ

ก่อนจะกระโดดไปที่สูตร HR ทุกคนต้องเข้าใจว่ากฎหมายไทยจำแนก OT ออกเป็น 4 ประเภทหลัก โดยอ้างอิงจาก พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 61–63 แต่ละประเภทใช้อัตราคูณต่างกันและมีเงื่อนไขเฉพาะที่ HR ต้องแยกให้ออก

ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับ OT ในไทย:
– 72% ขององค์กรไทยจ่าย OT ผิดอย่างน้อย 1 ครั้งต่อปี — อ้างอิงสำรวจ Mercer Total Remuneration Survey Thailand 2024
– พนักงานออฟฟิศไทยทำ OT เฉลี่ย 8.5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ — รายงานสำนักงานสถิติแห่งชาติ 2024
– ค่าปรับสูงสุดสำหรับนายจ้างที่จ่าย OT ไม่ถูกต้องคือ 200,000 บาทต่อกรณี — กระทรวงแรงงาน ประกาศปี 2566

ประเภทที่หนึ่งคือ OT ในวันทำงานปกติ ใช้อัตรา 1.5 เท่า ประเภทที่สองคือการทำงานในวันหยุดประจำสัปดาห์ภายในเวลางาน ใช้อัตรา 2 เท่า สำหรับลูกจ้างรายเดือนที่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุดอยู่แล้ว และ 3 เท่าสำหรับลูกจ้างรายวัน ประเภทที่สามคือ OT ในวันหยุดประจำสัปดาห์เกินเวลางาน ใช้อัตรา 3 เท่า และประเภทที่สี่คือการทำงานในวันหยุดตามประเพณี ใช้อัตรา 2 เท่าในเวลางาน และ 3 เท่านอกเวลางาน

สูตรพื้นฐาน: คำนวณค่าจ้างต่อชั่วโมงก่อน

ทุกการคำนวณ OT เริ่มจากตัวเลขเดียวกัน นั่นคือค่าจ้างต่อชั่วโมงของพนักงาน สูตรมาตรฐานสำหรับลูกจ้างรายเดือนคือ “เงินเดือนรายเดือนหารด้วย 30 หารด้วย 8” ที่ใช้ 30 วันเพราะกฎหมายกำหนดให้คิดค่าจ้างเฉลี่ยตามเดือนปกติ ไม่ว่าเดือนนั้นจะมี 28, 30 หรือ 31 วันก็ตาม

ตัวอย่าง พนักงานเงินเดือน 25,000 บาท ค่าจ้างต่อวันเท่ากับ 25,000 ÷ 30 = 833.33 บาท และค่าจ้างต่อชั่วโมงเท่ากับ 833.33 ÷ 8 = 104.17 บาทต่อชั่วโมง ตัวเลขนี้คือฐานของการคิด OT ทุกอัตรา

สำหรับลูกจ้างรายวัน ค่าจ้างต่อชั่วโมงเท่ากับ “ค่าจ้างรายวัน ÷ 8” ส่วนลูกจ้างที่ได้รับค่าจ้างตามผลงาน ใช้สูตร “ค่าจ้างเฉลี่ยที่ได้รับใน 90 วันที่ผ่านมา ÷ จำนวนชั่วโมงที่ทำงานจริงใน 90 วัน” ซึ่งซับซ้อนกว่ามากและเป็นจุดที่ HR ในธุรกิจ piece-work หรืองานก่อสร้างมักพลาดกัน

OT 1.5 เท่า: การทำงานล่วงเวลาในวันทำงานปกติ

OT 1.5 เท่าใช้กับกรณีที่พนักงานทำงานเกินเวลาทำงานปกติในวันทำงาน เช่น พนักงานทำงาน 09.00–18.00 น. (รวมพักเที่ยง 1 ชั่วโมง คือทำงานจริง 8 ชั่วโมง) แล้วทำต่อจนถึง 21.00 น. ส่วนที่เกินจาก 18.00 น. คือ OT 1.5 เท่า

สูตร: OT 1.5 = ค่าจ้างต่อชั่วโมง × 1.5 × จำนวนชั่วโมง OT

ตัวอย่าง: พนักงานเงินเดือน 25,000 บาท ทำ OT 3 ชั่วโมงในวันทำงานปกติ
– ค่าจ้างต่อชั่วโมง = 104.17 บาท
– OT 1.5 = 104.17 × 1.5 × 3 = 468.77 บาท

ข้อควรระวังที่ HR มักพลาด: ถ้าพนักงานทำงานเกิน 8 ชั่วโมงเพราะมาสาย แล้วต้องอยู่ทำงานต่อให้ครบ 8 ชั่วโมง ส่วนที่อยู่ต่อนี้ “ไม่นับ” เป็น OT เพราะกฎหมายนับเวลาทำงานที่เกินจาก 8 ชั่วโมง ไม่ใช่เกินจากเวลาเลิกงาน

OT 2 เท่า และ OT 3 เท่า: วันหยุดประจำสัปดาห์และวันหยุดประเพณี

OT 2 เท่ามีสองกรณีที่ HR ต้องแยกให้ออก กรณีแรกคือลูกจ้างรายเดือนที่ทำงานในวันหยุดประจำสัปดาห์ในเวลาทำงานปกติ (ไม่เกิน 8 ชั่วโมง) ใช้อัตรา 1 เท่า เพราะลูกจ้างรายเดือนได้รับค่าจ้างในวันหยุดอยู่แล้ว ส่วนลูกจ้างรายวันใช้อัตรา 2 เท่าเพราะไม่ได้รับค่าจ้างในวันหยุด

กรณีที่สองคือการทำงานในวันหยุดประเพณี (เช่น วันสงกรานต์ วันแรงงาน) ทั้งลูกจ้างรายเดือนและรายวันใช้อัตรา 2 เท่าในเวลาทำงานปกติ และ 3 เท่าสำหรับชั่วโมงที่เกิน

สูตร: OT วันหยุด = ค่าจ้างต่อชั่วโมง × อัตราคูณ × จำนวนชั่วโมง

ตัวอย่าง: พนักงานเงินเดือน 25,000 บาท ทำงานในวันสงกรานต์ตั้งแต่ 09.00–20.00 น. (พักเที่ยง 1 ชั่วโมง = ทำงาน 10 ชั่วโมง)
– 8 ชั่วโมงแรก: 104.17 × 2 × 8 = 1,666.72 บาท
– 2 ชั่วโมงที่เกิน (OT 3 เท่า): 104.17 × 3 × 2 = 625.02 บาท
– รวม: 2,291.74 บาท

นี่คือจุดที่การคิด OT ด้วยมือเริ่มซับซ้อน เพราะ HR ต้องจำชนิดวันหยุด, ชั่วโมงทำงาน, และพนักงานเป็นรายเดือนหรือรายวันสำหรับคนนับร้อยพร้อมกันทุกเดือน

หากองค์กรของคุณมีพนักงานเกิน 50 คน ระบบ Payroll Automation ของ Pinno จะคำนวณ OT ทุกอัตราอัตโนมัติโดยดึงข้อมูลจาก ระบบ Time Management เชื่อมต่อกับ rules ของแต่ละพนักงาน ลดความผิดพลาดได้กว่า 95% เมื่อเทียบกับการทำมือ

ตัวอย่างการคำนวณ OT แบบรวมหลายประเภทใน 1 เดือน

มาดูตัวอย่างที่ใกล้เคียงความเป็นจริงในออฟฟิศไทย พนักงานชื่อคุณเอ เงินเดือน 30,000 บาท เป็นลูกจ้างรายเดือน ในเดือนพฤษภาคม 2026 มีกิจกรรม OT ดังนี้

วัน ประเภท ชั่วโมง OT
5 พ.ค. (อังคาร) OT 1.5 เท่า 2
12 พ.ค. (อังคาร) OT 1.5 เท่า 3
17 พ.ค. (อาทิตย์ — วันหยุด) OT 1 เท่า (ใน 8 ชม.) 6
19 พ.ค. (อังคาร) OT 1.5 เท่า 4

ขั้นตอนการคำนวณ:
1. ค่าจ้างต่อชั่วโมง = 30,000 ÷ 30 ÷ 8 = 125 บาท
2. OT 1.5 รวม (9 ชั่วโมง): 125 × 1.5 × 9 = 1,687.50 บาท
3. OT 1 เท่าวันหยุด (6 ชั่วโมง สำหรับลูกจ้างรายเดือน): 125 × 1 × 6 = 750 บาท
4. รวมค่า OT เดือนพ.ค. = 2,437.50 บาท

ค่าตัวเลขเหล่านี้ต้องบันทึกในสลิปเงินเดือนแยกบรรทัด และต้องส่งให้พนักงานก่อนวันจ่ายเงินเดือนเพื่อให้ตรวจสอบได้ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานมาตรา 23 ที่กำหนดว่านายจ้างต้องให้สลิปเงินเดือนที่ระบุค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา และเงินอื่นๆ ที่จ่าย

5 ข้อผิดพลาดยอดฮิตในการคำนวณ OT ที่ HR ไทยเจอบ่อย

จากประสบการณ์ของทีม Payroll consulting ที่ดูแลองค์กรกว่า 20,000 ราย ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดในการคิด OT ได้แก่

1. หาร 31 หรือ 28 แทน 30 — เดือนกุมภาพันธ์ที่มี 28 วัน หรือเดือนเมษายนที่มี 30 วัน บางทีมยังหารตามวันจริง ผลคือค่าจ้างต่อชั่วโมงผิดเล็กน้อย แต่เมื่อคูณกับชั่วโมง OT 100+ ชั่วโมงต่อเดือนของทั้งทีม กลายเป็นเงินหายไปหลายพันบาท

2. ลืมแยกพนักงานรายเดือนกับรายวัน — ทำให้คิดอัตรา OT 2 เท่าให้ลูกจ้างรายเดือนที่ทำงานวันหยุด ทั้งที่กฎหมายระบุว่าใช้แค่ 1 เท่า (เพราะได้ค่าจ้างวันหยุดอยู่แล้ว)

3. รวม allowance ไว้ในฐานคำนวณ — ค่าจ้างที่ใช้คิด OT คือ “ค่าจ้างปกติ” ไม่รวม OT bonus ค่าครองชีพ เบี้ยขยัน หรือค่าน้ำมัน บางทีมรวมหมดทำให้จ่าย OT เกินไป

4. นับเวลาพักเที่ยงเป็นชั่วโมงทำงาน — เวลาพักไม่นับเป็นเวลาทำงาน หากพนักงานเลือกไม่พักและทำงานต่อ เวลาส่วนนั้นนับเป็น OT แต่ HR หลายคนรวมเวลาพักเข้าไปทำให้ตัวเลขผิด

5. ใช้เครื่องคิดเลขหรือ Excel แบบ manual — ทุกขั้นตอนตั้งแต่ดึงข้อมูล time tracking → จำแนกประเภทวัน → คำนวณอัตรา → รวมยอด → ส่งสลิป ล้วนเป็นจุดที่เกิดความผิดพลาด การใช้ระบบที่ทำทุกอย่างอัตโนมัติช่วยตัดความเสี่ยงเกือบทั้งหมด

คำนวณ OT อัตโนมัติด้วย Pinno HR Software

สำหรับองค์กรที่มีพนักงาน 50+ คนขึ้นไป การคิด OT ด้วยมือไม่คุ้มค่าทั้งเวลาและความเสี่ยง Pinno Payroll Automation ช่วยให้คุณกำหนดกฎ OT ของแต่ละตำแหน่ง แล้วระบบจะคำนวณอัตโนมัติทุกรอบเงินเดือน

จุดเด่นที่ HR Manager มักให้ความสำคัญคือการรองรับการคำนวณย้อนหลัง (retroactive) — เผื่อกรณีปรับเงินเดือนกลางเดือน หรือพบว่าบันทึก OT ตกหล่นในเดือนก่อน ระบบสามารถคำนวณส่วนต่างและรวมในเงินเดือนรอบถัดไปได้โดยอัตโนมัติ

นอกจากนี้ยังเชื่อมกับระบบ check-in/out ผ่าน Time Management ที่รองรับ selfie check-in ผ่านแอป Pinno, GPS tracking และ face/fingerprint scanner ทำให้ข้อมูลชั่วโมงทำงานเข้าระบบ payroll โดยตรงไม่ต้อง import ด้วยมือ

เกี่ยวกับ Pinno

Pinno คือ HR Cloud Software ที่พัฒนาโดย Pinno Solutions Co., Ltd. ภายใต้กลุ่ม PRTR ผู้นำด้าน HR Solutions ในประเทศไทยกว่า 30 ปี ปัจจุบันมีองค์กรกว่า 20,000 รายไว้วางใจใช้งาน ครอบคลุม Payroll, Time, Benefits, Performance และ Employee Self-Service ในแพลตฟอร์มเดียว เว็บไซต์: https://pinno.io

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: ค่าจ้างขั้นต่ำใช้คำนวณ OT อย่างไร?
A: ค่าจ้างต่อชั่วโมงคำนวณจากค่าจ้างขั้นต่ำต่อวันหารด้วย 8 เช่น ค่าจ้างขั้นต่ำในกรุงเทพฯ 363 บาท/วัน ค่าจ้างต่อชั่วโมงคือ 363 ÷ 8 = 45.38 บาท OT 1.5 เท่าเท่ากับ 68.07 บาทต่อชั่วโมง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำอัพเดทเป็นประจำตามประกาศกระทรวงแรงงาน HR ต้องตรวจสอบของจังหวัดที่สถานประกอบการตั้งอยู่

Q: OT สำหรับพนักงานรายวันคิดอย่างไร?
A: ค่าจ้างต่อชั่วโมงเท่ากับค่าจ้างรายวันหารด้วย 8 จากนั้นคูณอัตรา OT ตามประเภท (1.5 เท่าวันทำงาน, 2 เท่าวันหยุดประจำสัปดาห์, 3 เท่าวันหยุดประเพณีนอกเวลางาน) ลูกจ้างรายวันไม่ได้รับค่าจ้างในวันหยุด จึงใช้อัตราคูณสูงกว่าลูกจ้างรายเดือนเมื่อมาทำงานในวันหยุด

Q: OT ของพนักงานทำงานเป็นกะคิดอย่างไร?
A: ใช้สูตรเดียวกัน แต่ต้องกำหนด “เวลาทำงานปกติ” ของแต่ละกะให้ชัดเจน เช่น กะกลางคืน 22.00–06.00 น. คือเวลาปกติ ส่วนที่ทำเกินคือ OT 1.5 หากพนักงานทำกะวันหยุดประจำสัปดาห์ของตัวเอง (ซึ่งอาจไม่ใช่อาทิตย์) ใช้อัตรา OT วันหยุดเช่นเดียวกับวันอาทิตย์ของพนักงานทั่วไป

Q: พนักงานระดับผู้บริหารต้องได้ OT ไหม?
A: ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน มาตรา 65 พนักงานในตำแหน่งบริหารหรือมีอำนาจ “จ้าง เลิกจ้าง ขึ้นเงินเดือน หรือลงโทษ” ไม่มีสิทธิ์เรียก OT แต่หลายองค์กรเลือกจ่ายเป็นนโยบายภายในเพื่อแรงจูงใจ HR ควรระบุชัดเจนใน job description และ employment contract ว่าตำแหน่งใดบ้างเข้าข่ายยกเว้น

Q: OT มีเพดานสูงสุดต่อสัปดาห์หรือเดือนไหม?
A: กฎหมายไทยไม่ได้กำหนดเพดานชั่วโมง OT ต่อเดือนโดยตรง แต่กำหนดว่ารวมเวลาทำงานปกติและ OT ต้องไม่เกินที่กระทรวงแรงงานประกาศ ปัจจุบันคือไม่เกิน 36 ชั่วโมง OT ต่อสัปดาห์ และนายจ้างต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างก่อนให้ทำงาน OT เป็นหนังสือทุกครั้ง

Q: ต้องเก็บเอกสาร OT ไว้นานแค่ไหน?
A: นายจ้างต้องเก็บบันทึกการทำงานล่วงเวลา รวมถึงหนังสือยินยอมและสลิปเงินเดือนที่แสดง OT ไว้อย่างน้อย 2 ปี ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานมาตรา 124 หากองค์กรใช้ระบบ HR Software บันทึกอัตโนมัติทั้งหมดจะช่วยให้ปฏิบัติตามได้สบายขึ้น และเรียกดูย้อนหลังได้ทันทีหากมีการตรวจสอบจากพนักงานตรวจแรงงาน


ลองให้ Pinno ช่วยจัดการ OT ของทีมคุณ — Book Demo ฟรี ดูสาธิตการคำนวณ OT อัตโนมัติพร้อม payroll cycle ครบจบในระบบเดียว

ลองให้ Pinno ดูแล HR ของคุณ

HR Cloud Software ที่ใช้งานโดยองค์กรกว่า 20,000 รายในไทย

ขอ Demo ฟรี

You might also like